รีวิวหนัง: Maareesan (2025) การเดินทางไม่รู้ลืม

เมื่อไอเดีย “การหลอกลวง” และ “มิตรภาพที่ไม่คาดคิด”มาเจอกันในรถ เข็นวิบาก ท่ามกลางทะเลอันดามันและเส้นทางใต้ของอินเดีย Maareesanก็ถือกำเนิดขึ้นเป็นหนัง Tamil ที่น่าจับตามองในปี 2025 — ผลงานของ Sudheesh Sankar กล้องจับ Fahadh Faasil ในบท “Dhaya” ขโมยแผ่นดินเล็กๆ และ Vadivelu ในบท “Velayudham Pillai” ชายชราที่ถูกล่ามโซ่ไว้หน้าต่างบ้าน… เริ่มต้นจากแผนโกงง่ายๆ และค่อยๆ กลายเป็นการเดินทางที่ทั้งใจเต้นและย้ำเตือนว่า “การหลงทาง” อาจนำไปสู่การพบเจอที่แท้จริงได้

Dhaya พ้นโทษจากคุกมาได้ไม่นานก็รีบคว้าโอกาสสมัครเป็น “คนดูแล” ชายชราที่มีชื่อบัญชีลึกลับ แต่เมื่อเขาขโมยมอเตอร์ไซค์ แอบเข้าไปบ้าน Velan เขากลับพบว่าตะขอที่เห็นไม่ใช่แค่โซ่ธรรมดา และชายที่ถูกล่ามไว้ไม่ใช่ผู้ถูกทรมาน แต่คือคนที่รอเวลาปล่อยของ… เวลาที่ Dhaya เข้าใจว่าเขาแค่หลอกเงิน กลับกลายเป็นว่าเขาโดนหลอกให้เข้าใจผิด และเดินทางไปกับ Velan จากเมือง Nagercoil ถึง Tiruvannamalai ซึ่งเป็นเส้นทางที่ทั้งสองถูกทดสอบทั้งความทรงจำ ความเชื่อ และชะตาที่ซ้อนทับกัน (ตามสรุป “คู่หูหลอก-หลง” ใน Maareesan)

ครึ่งแรกของหนังเดินช้าแบบเรียบง่าย เป็นการตั้งตัวผู้ชมให้ชินกับ Dhaya ที่ขโมยจนเชี่ยวและ Velan ที่ดูเหมือนแก่ แต่ใจก็ยังคงไว ช็อตหัวรถจักรล้อหมุน ขี้เถ้าจากไฟป่า และเสียงคลื่นทะเลช่วยสร้างบรรยากาศ “การเดินทาง” ที่ไม่น่าเป็นของผู้ชายสองคนที่ต่างชนชั้น แต่กลับต้องพึ่งพากันและกัน จากนั้นหนังค่อยๆ พลิกโหมดเป็นคดีฆาตกรรมซ้อนปม, ศพที่หาย และความจริงที่ว่า Velan ไม่ได้เป็นแค่ผู้ถูกหลอกแต่เขาคือผู้รอหลอก… และ Dhaya ในฐานะคนโกงก็ต้องเผชิญหน้ากับว่า “เขาโกงใครอยู่จริงๆ”

จุดที่หนังทำได้ดีคือการใช้เส้นทางใต้ของอินเดียเป็นฉากหลัง — เมืองชายทะเล ภูเขาไฟ น้ำตก และทั้งหมดถูกแสงทองฝากไว้ในภาพ กล้องเบียดเข้าใบหน้า Faasil ตอนพูดว่า ” I am not who you think I am” แล้วตัดสลับกับ Vadivelu ที่ยิ้มแบบชายแก่ที่รู้จักโลกมากเกินกว่าจะโดนหลอกง่ายๆ ฉากไคลแมกซ์ในโรงนอนกลางป่าสงบ แต่กลับเต็มไปด้วยเสียงลมหายใจและความเงียบที่น่ากลัว หนังเลือกใช้ทีละคำพูด ทีละแอคชั่น และทำให้ “การหลอก” เป็นมิติทางอารมณ์ไม่ใช่แค่การจ่ายเงิน

แต่ใช่ว่าทุกอย่างจะลงตัว: หลายรีวิวชี้ว่า Maareesan เริ่มดีในครึ่งแรกแล้วค่อยๆ เปลี่ยนโทนแบบไม่ทันตั้งตัว กลายเป็นหนังคดีธรรมดาที่พยายามมีสาร แต่บางจังหวะกลับถูกสะดุด และ Vadivelu ในบทชราก็มีเสียงเรียกร้องให้เขา “กลับสไตล์ตลก” มากกว่าจะเป็นชายลึกลับที่ซ่อนแรงจูงใจหนักๆ

อย่างไรก็ตาม การแสดงของ Fahadh คือหนึ่งในเหตุผลที่คนยังอยากดู เขาทำให้ Dhaya ไม่ใช่แค่คนผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่เป็นคนที่ถูกสังคมละเลย และเมื่อเขาเริ่มรู้สึกว่ามีค่า Velan คือคนที่บอกให้เขารู้ว่า “มันไม่สายที่จะเปลี่ยน” แม้การเดินทางจะเริ่มจากการโกงก็ตาม อีกทั้งดนตรีของ Yuvan Shankar Raja ก็ช่วยพาอารมณ์จากลึกลับไปสู่สะเทือนใจอย่างเนียนๆ

โดยรวมแล้ว Maareesan อาจไม่ใช่หนังที่ดูแล้วระเบิดสมอง แต่เป็นหนังที่ดูแล้วสะท้อน เพราะให้คำถามกับเรา: “เมื่อคุณใช้ชีวิตหลอกใครสักคน คุณจะหลอกใครในใจคุณเองไหม?” สำหรับคนที่ชอบหนังเดินทาง + ดราม่า +คดี หนังเรื่องนี้คือทางเลือกที่น่าสนใจ และถ้าคุณเปิดใจให้กับมัน คุณจะได้มากกว่าความบันเทิง — คุณจะได้ความคิดกลับบ้าน

คะแนน IMDb: 6.0 / 10 (โดยประมาณ ณ เวลาที่เขียน)
คะแนนผู้เขียน: 7.2 / 10 – ให้กับการเดินทางที่เริ่มจากโลภ แต่จบที่หวนคิด


Author: teeta

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *