
ผมได้รู้จักร้าน “เซนิเท็นโด” ผ่านภาพและเรื่องเล่าของเด็กที่มีความปรารถนาเรียบง่าย … แต่เมื่อได้ชมภาพยนตร์ The Supernatural Sweet Shop: The Movie (2024) หรือชื่อไทยว่า “ร้านลึกลับกับขนมวิเศษ เซนิเท็นโด เดอะมูฟวี่” หนังทำให้ผมย้อนคิดว่า “ขนม” อาจไม่ใช่แค่รสชาติและความหวาน แต่คือการเลือก … คือความต้องการ … และคือสิ่งที่เราพร้อมจะแลกเพื่อมัน
เรื่องราวเริ่มที่โคทาโร่ (รับบทโดย Kazuya Ohashi) ครูประถมอารมณ์ดีที่ย้ายมาสอนในเมืองเล็ก เขาได้ยินข่าวลือจากนักเรียนเกี่ยวกับร้านขนมลึกลับที่มีชื่อว่า “เซนิเท็นโด” ร้านที่ดูเหมือนว่าจะมีเพียงคนที่ถูกเลือกเท่านั้นจะเข้าถึง และเมื่อเขาได้เข้าไปภายใน ร้านแสนสวยเต็มไปด้วยขนมที่เจ้าของร้าน เบนิโกะ (Yûki Amami) เลือกสรรให้ลูกค้าแต่ละคนตาม “ปัญหา” ของพวกเขาเอง … แต่หนังเตือนเราไว้ทันทีว่าสายระหว่างความสุขกับความโชคร้ายบางทีบางครั้งก็เพียงปลายขนมชิ้นเดียว
โคทาโร่สังเกตเห็นความผิดปกติเมื่อเพื่อนร่วมงานของเขา โยโกะ (Rikka Ihara) ผู้ซึ่งแอบมีใจให้เขา เริ่มมีพฤติกรรมแปลก งานที่เคยเป็นในระเบียบกลับถูกผลักดันด้วยความอยากได้ อยากโดดเด่น และในคืนหนึ่งเขาได้พบว่ามีร้านคู่แข่งชื่อ “ทะตะริเมะโด” ซึ่งดูเหมือนเป็นภาพเงาของเซนิเท็นโด แต่เต็มไปด้วยรอยยิ้มพิลึกและขนมที่เป็นกับดักมากกว่าสารรักษา โคทาโร่จึงต้องร่วมมือกับเบนิโกะ เพื่อหยุดยั้งโยโดมิ (Mone Kamishiraishi) เจ้าของร้านคู่แข่ง พร้อมเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่า “ขนม” บางชิ้นไม่ได้ให้แค่รสชาติ แต่ให้บทเรียนชีวิตที่เขาไม่เคยร้องขอ
สิ่งที่ชอบมากคือหนังใช้การเล่าเรื่องในโทนแฟนตาซีแต่มีพื้นฐานของความจริง — ความปรารถนา การถูกรับรู้ ความรู้สึกอยากมี และความกลัวว่าจะสูญเสีย บรรยากาศร้านเซนิเท็นโดสวยแบบฝันกลางวัน แสงสีอบอุ่น รอยยิ้มของเบนิโกะชวนไว้ใจ แต่กลับมีเงารอบข้างที่เราเริ่มรู้สึก “ไม่ชัวร์” ว่าอะไรคือของขวัญ หรืออะไรคือกับดัก ฉากที่เด็กถือขนมแล้วลืมหายใจ หรือผู้ใหญ่ซื้อขนมแล้วเห็นตัวเองในกระจกแบบชัดขึ้น คือช็อตที่ติดตาผม
แต่น่าเสียดายที่หนังมีจังหวะที่ช้า โดยเฉพาะช่วงแรกที่ตั้งตัวโครงเรื่องซึ่งอาจทำให้ผู้ชมใจร้อนรู้สึกว่า “เมื่อไหร่จะเกิดเหตุ?” และบางตัวละครรองยังมีพัฒนาการไม่ลึกเท่าโคทาโร่กับเบนิโกะ แต่ถ้าเปิดใจให้มัน หนังจะพาทั้งไปผ่านมุมมองเด็ก ครู ผู้ซื้อขนม และผู้ถูกขนมเลือก … ซึ่งสุดท้ายแล้วหนังตั้งคำถามว่า “คุณได้ขนมที่เหมาะกับคุณจริงหรือ?” และ “หากกินผิดชิ้น ผลลัพธ์อาจไม่หวานอย่างที่คิด”
ในแง่ของการแสดง Yûki Amami เล่นบทเบนิโกะได้ชำนาญมาก ทั้งในมิติความใจดีและความลึกลับในคราเดียว เบนิโกะไม่ได้ดูเหมือนโหดร้าย แต่ดูเหมือนรู้ทุกอย่างของลูกค้า และมีแรงขับที่เราไม่ทันรู้ตัวว่ากำลังถูกดูดเข้าไป ส่วน Kazuya Ohashi ก็เป็นโคทาโร่ที่เหมาะสม — ครูที่อยากเข้าใจเด็ก แต่กลับเข้าสู่โลกของเด็กในแบบที่เขาไม่เคยคาดคิด งานออกแบบขนมและร้านเซนิเท็นโดคืออีกจุดขายที่ทำให้หนังมีเสน่ห์เฉพาะตัว
โดยรวมแล้ว The Supernatural Sweet Shop: The Movie คือหนังแฟนตาซีสำหรับทุกวัยที่เต็มไปด้วยความหวาน ความลึกลับ และการเตือนใจว่า “สิ่งที่เราอยากได้ อาจไม่ใช่สิ่งที่เราควรได้” หากคุณมีเด็กอยู่ด้วย หรืออยากดูหนังที่ทั้งดูได้แบบเบาสบายและมีชั้นคิดให้กลับบ้าน หนังเรื่องนี้คือเรื่องที่น่าสนใจอย่างยิ่ง
คะแนน IMDb: 6.9 / 10 (อ้างอิงหน้า IMDb) :contentReference[oaicite:1]{index=1}
คะแนนผู้เขียน: 7.8 / 10 – ให้กับความคิดสร้างสรรค์ ขนมวิเศษ และการตีความเรื่องปรารถนาในมุมใหม่
